จากศูนย์สู่ HSK 1

หลักสูตรภาษาจีนสำหรับผู้เริ่มต้นจากศูนย์ (Zero to HSK 1)

ปูพื้นฐานภาษาจีนอย่างเป็นระบบ 4 กระบวนท่า: ระบบเสียงพินอิน ไวยากรณ์ประโยค คำศัพท์ในชีวิตประจำวัน และพื้นฐานอักษรจีน พร้อมเสียงอ่านทุกคำ

ความก้าวหน้าการเรียนรู้ของคุณ 0%
0 / 15 บทเรียน
HSK 1 Pronunciation

กระบวนท่าที่ 1: ระบบการออกเสียง (Pinyin)

4 บทเรียน • 1-2 สัปดาห์ (Weeks)

HSK 1 Core Grammar

กระบวนท่าที่ 2: โครงสร้างประโยคและการสื่อสารเบื้องต้น

4 บทเรียน • 2-3 สัปดาห์ (Weeks)

HSK 1 Daily Situations

กระบวนท่าที่ 3: คำศัพท์และสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

4 บทเรียน • 3-4 สัปดาห์ (Weeks)

Hanzi Foundations

กระบวนท่าที่ 4: พื้นฐานอักษรจีน (Hanzi)

3 บทเรียน • เรียนควบคู่ตลอดหลักสูตร (Concurrent)

กระบวนท่าที่ 1 15 นาที (mins)

1.3 วรรณยุกต์ (Tones - 声调) และกฎการผันเสียง

4 ระดับเสียง + เสียงเบา และกฎสำคัญ (3 ชน 3, กฎของ 不 และ 一)

สาระสำคัญของบทนี้:

วรรณยุกต์ภาษาจีนมี 4 ระดับ + เสียงเบา (Neutral Tone) การออกเสียงวรรณยุกต์ผิดจะทำให้ความหมายเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีกฎการเปลี่ยนเสียงธรรมชาติที่ต้องรู้ ได้แก่ เสียง 3 ติดกัน, การเปลี่ยนเสียงของคำว่า 不 และ 一

4 วรรณยุกต์หลัก + เสียงเบา (กดเพื่อฟังเปรียบเทียบ)

เสียง 1 ˉ (Yīnpíng)
5-5 (สูงราบคงที่)
妈
mā
= แม่

เสียงสูง คงที่ ห้ามตกหรือกระดิกหางเสียง คล้ายการร้องโน้ตเสียงสูง

เสียง 2 ˊ (Yángpíng)
3-5 (ไต่ระดับขึ้น)
麻
má
= ป่าน / ชา

เริ่มจากระดับกลางแล้วลากพุ่งขึ้นสูง คล้ายการถามว่า "หือ? อะไรนะ?"

เสียง 3 ˇ (Shǎngshēng)
2-1-4 (ต่ำแล้วขึ้น)
马
mǎ
= ม้า

กดระดับเสียงลงต่ำลึกสุดๆ ก่อน แล้วค่อยตวัดขึ้นเล็กน้อย

เสียง 4 ˋ (Qùshēng)
5-1 (ตกลงรวดเร็ว)
骂
mà
= ด่า/ว่า

เริ่มจากจุดสูงสุดแล้วตกลงมาต่ำสุดทันที เหมือนเสียงอุทาน "ใช่!" หรือคำสั่ง

เสียง 0 • (Qīngshēng)
เบา สั้น นุ่มนวล
吗
ma
= ไหม/หรือเปล่า

ออกเสียงเพียงครึ่งเสียง เบาและสั้น มักอยู่ท้ายประโยคหรือพยางค์หลังคำซ้ำ เช่น 爸爸 (bàba)

กฎการเปลี่ยนเสียงที่สำคัญ (Tone Sandhi Rules)

1. กฎเสียง 3 ชนกัน (3 + 3 ➔ 2 + 3)

เมื่อพยางค์เสียง 3 สองตัวอยู่ติดกัน ตัวหน้าจะเปลี่ยนเสียงเป็น "เสียง 2" โดยอัตโนมัติเพื่อให้พูดคล่องปากขึ้น (แต่ตัวสะกดยังเขียนเสียง 3 ตามเดิม)

รูปเขียน nǐ + hǎo (你 + 好)
→
เสียงที่พูดจริง ní hǎo (สวัสดี)
รูปเขียน kě + yǐ (可 + 以)
→
เสียงที่พูดจริง ké yǐ (สามารถ / ได้)
รูปเขียน hěn + hǎo (很 + 好)
→
เสียงที่พูดจริง hén hǎo (ดีมาก)

2. กฎการเปลี่ยนเสียงของคำว่า "不" (bù)

ปกติ "不" ออกเสียง 4 (bù) แต่ถ้าอยู่หน้าพยางค์เสียง 4 ด้วยกัน จะเปลี่ยนเป็น "เสียง 2 (bú)" ทันที เพื่อไม่ให้กระแทกเสียง 4 ซ้อนกัน

รูปเขียน bù + shì (不 + 是) [4+4]
→
เสียงที่พูดจริง bú shì (ไม่ใช่)
รูปเขียน bù + yào (不 + 要) [4+4]
→
เสียงที่พูดจริง bú yào (ไม่เอา / ไม่ต้องการ)
รูปเขียน bù + hē (不 + 喝) [4+1]
→
เสียงที่พูดจริง bù hē (เสียง 4 เหมือนเดิม) (ไม่ดื่ม)

3. กฎการเปลี่ยนเสียงของคำว่า "一" (yī)

ปกติ "一" ออกเสียง 1 (yī) เมื่อนับเลขโดดๆ แต่เมื่อนำไปใช้จริง: อยู่หน้าเสียง 4 เปลี่ยนเป็นเสียง 2 (yí) และอยู่หน้าเสียง 1, 2, 3 เปลี่ยนเป็นเสียง 4 (yì)

รูปเขียน yī + kuài (一 + 块) [หน้าเสียง 4]
→
เสียงที่พูดจริง yí kuài (หนึ่งหยวน / ด้วยกัน)
รูปเขียน yī + dìng (一 + 定) [หน้าเสียง 4]
→
เสียงที่พูดจริง yí dìng (แน่นอน)
รูปเขียน yī + tiān (一 + 天) [หน้าเสียง 1]
→
เสียงที่พูดจริง yì tiān (หนึ่งวัน)
รูปเขียน yī + qǐ (一 + 起) [หน้าเสียง 3]
→
เสียงที่พูดจริง yì qǐ (ด้วยกัน)
แบบฝึกหัดทบทวนความเข้าใจ (Practice Quiz) ทดสอบความเข้าใจประจำบทนี้

คำว่า "你好" (nǐ hǎo) ที่เป็นเสียง 3 สองตัวติดกัน เมื่อพูดจริงจะต้องออกเสียงอย่างไร?